แนวโน้มตลาดทองคำ
ระวังแรงเทขาย
- ทองคำทรงตัวกรอบจำกัด
- ชาวจีนซื้อทองคำมากขึ้นในปี 2566
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ราคาทองคำทรงตัว ซึ่งนักลงทุนรอปัจจัยใหม่ โดยเฉพาะการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐในสัปดาห์นี้ รวมถึงมุมมองของเจ้าหน้าที่เฟดหลายท่าน อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นใน 2 วันที่ผ่านมา จากแรงหนุนเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ทั้งนี้นักลงทุนชะลอการซื้อสกุลเงินดอลลาร์ หลังจากมีการคาดการณ์ว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะเข้าแทรกแซงตลาดด้วยการเข้าซื้อเงินเยน ขณะที่ข้อมูลจากสภาทองคำโลกบ่งชี้ว่าผู้บริโภคชาวจีนซื้อทองคำเครื่องประดับจำนวนมากถึง 603 ตันในปี 2566 ซึ่งเพิ่มขึ้น 10% จากปี 2565 พร้อมคาดการณ์ว่าความต้องการเครื่องประดับในจีนจะยังคงเพิ่มขึ้นกว่าปี 2566
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้สหรัฐจะเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ค. โดย Conference Board ตลาดคาดว่าจะลดลงสู่ระดับ 96.0 จาก 97.0 ในเดือนเม.ย. และติดตามการแถลงของผู้ว่าการเฟด และการแถลงของประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์
วิเคราะห์ราคาทอง
ราคาทองคำใน Timeframe 120 นาที มีแนวต้านสำคัญที่ 2,356-2,358 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นเส้น SMA200 หากไม่ผ่านแนวต้านดังกล่าว จะเกิดแรงเทขายออกมา นอกจากนี้สัญญาณทางเทคนิคของราคาทองคำระยะสั้น เริ่มส่งสัญญาณการปรับตัวลงอีกครั้ง ให้ระวังแรงเทขาย
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 2,330 และ 2,318 ดอลลาร์
แนวต้าน 2,358 และ 2,365 ดอลลาร์
หากราคาทองคำยังไม่สามารถผ่านแนวต้าน 2,356-2,358 ดอลลาร์ ขึ้นไปได้ แนะนำเปิดสถานะขายบริเวณราคา 2,356-2,358 ดอลลาร์ โดยมีจุดตัดขาดทุนที่ 2,365 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ 40,500 และ 40,400 บาท
แนวต้าน 40,750 และ 40,850 บาท
ราคาทองคำแท่งปรับตัวขึ้นในช่วงเช้า ก่อนช่วงบ่ายเริ่มปรับตัวลง ซึ่งเงินบาทกลับมาแข็งค่ากดดันราคาทองคำแท่งเล็กน้อย ทั้งนี้หากเก็งกำไรระยะสั้นให้ขายทำกำไร เนื่องจากสัญญาณทางเทคนิคของราคาทองคำแท่งยังมีทิศทางการปรับตัวลง


